top of page

สารตะกั่ว...ตัวอันตราย !

บทความโดย ประจวบ ผลิตผลการพิมพ์

Paint Tubes

     เรื่องราวของความปลอดภัยในเด็ก เดือนที่ผ่านมานี้ คงไม่มีข่าวไหนฮือฮาเท่า ข่าวฝรั่ง 2ชาติประกาศอย่างโครมครามว่า...ของเล่นเด็กที่ผลิตในจีนนั้น...เป็นพิษ!

     

     ฝรั่ง 2 ชาติที่ว่านี้ก็คือ ผู้บริหารบริษัทของเด็กเล่นอเมริกัน (บ.แมทธิว) และอังกฤษ(บ.แฮมลียร์)  โดยรายแรกแสดงความรับผิดชอบในฐานะผู้จัดจำหน่ายด้วยการขอรับของเล่นที่ผลิตในจีนคืนมาทั้งหมด รวมแล้วกว่า 18 ล้านชิ้น

 

     เนื่องจากตรวจพบ(หลังจากกระจายสินค้าไปแล้วทั่วโลก)ว่า สีที่ใช้กับของเล่นนี้ มีสารตะกั่วปนเปื้อนเกินมาตรฐาน หนำซ้ำของเล่นหลายชนิดยังมีส่วนประกอบของแม่เหล็กเล็กๆ ที่หมิ่นเหม่อันตรายหากนำไปอม หรือกัด แล้วกลืนแม่เหล็กลงไปติดคอ

นอกจากนั้นยังมีของเล่นที่ทำด้วยไม้ทาสี ที่พบว่ากล่องไม้บรรจุภัณฑ์มีสารตะกั่วปนเปื้อนเกินกำหนด  ในขณะที่อังกฤษยืนยันว่าได้เก็บของเล่นปนเปื้อนสารตะกั่วจากจีนทั้ง 2 รายการจนเกลี้ยงห้างแล้ว แถมยังรับปากอีกว่า จากนี้ไปจะกวดขันกับสินค้าจีนเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเมื่อผลการตรวจสอบสินค้าประเภทสร้อยข้อมือที่ขายดิบขายดีราคา 5 ปอนด์ (320บาท)ปนเปื้อนสารตะกั่วถึง 93 % อันเป็นปริมาณที่สูงลิบ ขนาดทำอันตรายต่อสมอง หากเด็กคนไหนหยิบไปเคี้ยวเล่น

 

     หลังจากนั้นอีกไม่กี่วัน ข่าวเรื่องที่ศูนย์อนามัยและสิ่งแวดล้อมแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ออกมาระบุว่า ผ้ากันเปื้อนสำหรับเด็ก(ผ้ากันน้ำลาย)รูปหมีพูห์ ซึ่งผลิตจากจีนก็พบสารตะกั่วเจือปนสูงกว่ามาตรฐานของสำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อม ที่ได้กำหนดไว้ถึง 4 เท่า 

     เมื่อสืบเสาะหาข้อมูล ก็พบว่า ในเมืองตงกว่าน(อยู่ใกล้กับฮ่องกง) มีการสำรวจเด็กๆ 5,000 คน ก็พบว่า เด็กที่มีสารตะกั่วในเลือด เกินกว่ามาตรฐานถึง 22.1 % (จากรายงานข่าวของหนังสือพิมพ์หยางเฉิน อีฟนิ่งนิวส์) อาจเนื่องจากว่า เมืองตงกว่านคือแหล่งอุตสาหกรรมส่งออกสารพัด  ทั้งคอมพิวเตอร์,เครื่องใช้ไฟฟ้า รวมทั้งชิ้นส่วนอิเลคทรอนิคส์เหลือใช้จากสหรัฐอเมริกา และประเทศต่างๆ (เพื่อนำไปรีไซเคิล)

     จะพบว่าในระยะที่ผ่านมา สินค้าจีนเสียรังวัดไปมากกับข่าว “เชิงลบ” ในเรื่องของความปลอดภัย ที่นอกจากจะการปนเปื้อนของสารตะกั่ว ยังมีเรื่องของอาหารสัตว์เลี้ยง ที่มีสารเมลามีนปนเปื้อนเกินมาตรฐาน ถึงกับทำให้เจ้าโฮ่ง-เจ้าเหมียวแสนรักของชาวอเมริกันถึงกับสิ้นใจตายมาแล้วหลายตัว

     ส่วนในปานามา ที่ระบุว่ามีคนเสียชีวิตจากยาแก้ไอเมดอินไชน่ามาแล้วถึง อย่างน้อย 5 คน เพราะปนเปื้อนด้วยสารทำละลายที่ใช้อยู่ในโรงงานอุตสาหกรรม

     ส่วนประเทศแถบละติน หรือแม้แต่สิงคโปร์ ก็เซย์โนยาสีฟันจากจีน หลังจากตรวจพบนำสารทำละลายมาใช้เพิ่มความหวานให้กับยาสีฟัน ทางด้านพลเมืองชาวจีนเอง ก็ใช่ว่าจะไม่เดือนร้อน เพราะจากการสำรวจทัศนะของพวกเขาเมื่อปลายปี 49 ก็พบว่า 

97 %...เชื่อว่า นโยบายอาหารปลอดภัยของรัฐนั้นไร้ประสิทธิภาพ

92.7 % ... ไม่มั่นใจในความปลอดภัยของอาหารที่ผลิตในประเทศ

84%  ...  ไม่พอใจกับหน่วยงานที่ตรวจสอบคุณภาพ และความปลอดภัยของอาหาร

 

     ขอย้อนกลับมาในเรื่องของสารตะกั่ว ที่นานาประเทศก็ล้วนแต่ซีเรียสกับพิษภัยของมัน เหตุเพราะมันมีอันตรายถึงขั้นพิการหรือเสียชีวิต ทั้งโดยเฉียบพลันทันใด

 

     หากได้รับในปริมาณมาก หรือหากได้รับน้อยๆแต่บ่อยๆ ก็เท่ากับสะสมพิษร้ายทุกวี่ทุกวันอย่างมารู้ตัว โดยอาจมีอาการตั้งแต่ ท้องผูก-เบื่ออาหาร-ปวดท้อง-ถ่ายเป็นเลือก-ซีด เพราะเม็ดเลือดถูกทำลาย กระทั่งเกิดความผิดปกติทางสมอง

โดยเฉพาะเด็กๆเราต้องระมัดระวังเรื่องของสารตะกั่วให้มาก เพราะธรรมชาติของเด็กๆนั้น มักดูดซึมพิษร้ายจากตะกั่วได้มากกว่าผู้ใหญ่ (  เด็ก 40 %  , ผู้ใหญ่  10 %)

     

     เด็กๆที่สะสมสารตะกั่วเข้าไปทุกวันๆ จะมีผลร้ายต่อเม็ดเลือดแดง และสมอง  ทำให้เกิดโรคโลหิตจาง, พัฒนาการช้า,สติปัญญาต่ำลง,ปวดตามข้อ กระดูก และกล้ามเนื้อ

 

     บ้านเรานั้นนอกจากบรรดาของเล่นที่คุณพ่อคุณแม่(แทบทั้งหมดเลยก็ว่าได้) ยังไม่ค่อยเชื่อมั่นกับการตรวจ การคัดกรองมาตรฐานความปลอดภัย

 

     ว่ากันว่ามีการนำเปลือกแบตเตอรี่ที่ทิ้งแล้ว เอาไปปูลาดเป็นถนนคนเดินในหลายๆแห่ง

 

     จากการสำรวจสินค้าประเภทสีระบาย และของเล่นสำหรับเด็ก ที่ขายลดราคา โดยเฉพาะที่วางขายตามแผงลอย พบว่ามีสารตะกั่ว เกินมาตรฐานทั้งสิ้น

     

     พบสารตะกั่วในถังน้ำเย็นสแตนเลสของโรงเรียนต่างๆทั่วประเทศ เหตุเพราะถังน้ำเย็นเหล่านั้นโดยมากมีการบัดกรีเชื่อมต่อตัวถังด้วยตะกั่ว แล้วยังพบอีกว่า ในวันจันทร์จะพบสารตะกั่วในน้ำมากกว่าทุกวัน เพราะน้ำขังสะสมไว้ในวันที่นักเรียนหยุด (เสาร์,อาทิตย์) 

 

     (เหตุการณ์คล้ายกันนี้ เคยเกิดขึ้นมาแล้วในสหรัฐอเมริกา เมื่อ 20 ปีก่อน ทางรัฐแก้ปัญหาโดยเรียกเก็บคืนถังน้ำที่มีปัญหาทั้งหมด)

     ยากวาดลิ้น เพื่อแก้ปัญหาลิ้นเป็นฝ้าขาวในเด็ก อันยังเป็นที่นิยมกันในบ้านเรา ปรากฏว่าเมื่อได้รับการตรวจสอบจากกระทรวงสาธารณสุข ก็เป็นที่น่าตกใจ เพราะพบสารตะกั่วในยากวาดลิ้น ที่สูงกว่ามาตรฐานถึง 700 เท่า !

คุณหมอจึงได้ออกมาให้ความรู้แก่คุณพ่อคุณแม่ว่า การแก้ปัญหาลิ้นเป็นฝ้าขาวเนื่องจากดื่มนมนั้น ก็คือ การใช้ผ้าสะอาดๆชุบน้ำสะอาดๆ  แล้วเช็ดเบาๆที่ ลิ้น-เหงือก-กระพุ้งแก้ม ไม่จำเป็นต้องใช้ยากวาดลิ้นให้เสียเงิน  และเสี่ยงกับพิษของสารตะกั่ว

 

     เด็กไทยที่อาศัยอยู่ในตัวเมือง มีแนวโน้มได้รับสารตะกั่วมากขึ้น ตามอายุที่เพิ่มขึ้น เหตุเพราะเด็กๆต้องสูดดมควันพิษจากรถ ฝุ่นละออง และมลภาวะต่างๆในเมือง ทั้งการเดินทางไปโรงเรียนในแต่ละวัน ทั้งเดนเท้า ,นั่งรถ หรือนั่งเรือ

นั่นรวมทั้งเด็กๆที่วิ่งเล่นตามข้างถนน หรือ ในสนามเด็กเล่นที่อยู่ติดถนนมีการจราจรที่พลุกพล่าน

© 2025 มูลนิธิสร้างเสริมความปลอดภัยในเด็ก

bottom of page